การเคลื่อนไหว (Movement)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

การเคลื่อนไหว (Movement)

ตั้งหัวข้อ  CM4869 on Wed Feb 09, 2011 10:45 pm

41. การเคลื่อนไหว (Movement)

การเคลื่อนไหว (Movement)หมายถึงการกระทำเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าจัดเป็นสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งของสิ่งมีชีวิต ปรากฏชัดเจนในสัตว์ซึ่งเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อร่วมกับระบบประสาทและโครงกระดูกและทำให้สิ่งมีชีวิตหนีสิ่งที่ไม่ต้องการหรือเป็นอันตรายโดยการเคลื่อนที่หนี
การเคลื่อนไหวของโปรติสต์
โปรติสต์เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ที่ยังไม่มีอวัยวะที่ทำหน้าที่เฉพาะมีการเคลื่อนไหว 2 แบบคือ
ก. การเคลื่อนไหวโดยอาศัยการไหลของไซโตพลาซึม (cytoplasmic streaming) พบในอมีบาและราเมือก ลักษณะมี ectoplasm ที่ข้นเหนียวกว่า endoplasm ดันเยื่อหุ้มเซลล์ให้ยื่นออกไปเป็น Pseudopodium วิธีการเคลื่อนไหวเรียกว่า Amoeboid movement และ Cyclosis ในสาหร่ายหางกระรอกก็เกิดจากการไหลของ cytoplasm เช่นกัน
ข. การเคลื่อนไหวโดยใช้ Flagellum หรือ Cilia พบใน Protozoa บางชนิด เช่น Euglena, Paramecium และพบได้ใน Planaria, ในท่อนำไข่และหลอดลมของสัตว์ชั้นสูง, sperm ของสัตว์ชั้นสูงและพืชชั้นต่ำ
โครงสร้างของ Flagellum หรือ Cilia ประกอบด้วย microtubule เรียบตัวแบบ 9+2 โดยมีส่วนโคนฝั่งอยู่ใน cell membrane เรียกว่า Basal body หรือ Kinetosome

การเคลื่อนไหวของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง
มีวิธีการเคลื่อนไหวหลายรูปแบบโดยขึ้นกับโครงสร้างและกล้ามเนื้อ ได้แก่
ฟองน้ำ
อาศัยแรงดันน้ำ
Hydra
เคลื่อนที่โดยใช้กล้ามเนื้อและหนวดช่วยในการตีลังกา

แมงกระพรุน ใช้การหดตัวของเนื้อเยื่อขอบกระดิ่งและบริเวณผนังลำตัวแล้วพ่นน้ำออกทางด้านล่างดันให้ตัวเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม

Planaria มีกล้ามเนื้อ 3 ชุดร่วมทำงานกันแบบ antagonism ได้แก่
กล้ามเนื้อวง
กล้ามเนื้อตามยาว
กล้ามเนื้อบนล่าง (circular muscle)
(longitudinal muscle)
(Dorsal-ventral muscle)
ช่วยให้เคลื่อนตัวบนพริ้วไปในน้ำ และขณะอยู่บนผิวน้ำใช้ cilia ที่อยู่ด้านล่างโบกไปมา


หนอนตัวกลม มีแต่ longitudinal muscle ยืดหดตัวสลับไปมา
ไส้เดือนดิน
มีกล้ามเนื้อ 2 ชุดคือ กล้ามเนื้อวงและกล้ามเนื้อตามยาวทำงานแบบ antagonism และมีปากใช้จิกดินร่วมกับเดือย (satae) ปล้องละ 2 คู่
45. สัตว์ที่มีโครงสร้างแข็ง
แมลงมี chitin ปกคลุมภายนอก และมีปีกใช้ในการบินโดยอาศัยการทำงานประสานกันดังนี้
ลักษณะการทำงาน กล้ามเนื้อยึดอกบนล่าง กล้ามเนื้อตามยาว ผลการทำงาน
หด คลาย ยกปีกขึ้น
คลาย หด กดปีกลง
46. หอย
หอยกาบเดียว ใช้กล้ามเนื้อส่วนท้องทำหน้าที่เป็น muscular foot
หอยกาบคู่ ใช้วิธีพ่นน้ำออกจาก siphon
หมึกทะเล ใช้การหดตัวของกล้ามเนื้อที่คอร่วมกับวิธีพ่นน้ำออกจากท่อ siphon
ปลาดาว จนเกิดแรงดันให้ลำตัวเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามใช้ Tube feet โดยอาศัยระบบน้ำทำหน้าที่เป็น muscular foot ดังนี้
น้ำเข้าทาง Madrepolits -> Stone canal -> Ring canal -> Radial canal -> Ampulla (กระเปาะ)บีบตัว -> Tube feet ถูกน้ำดันยืดตัวออก
47. การเคลื่อนไหวของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
ก.โครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของคน
กระดูกมี Endoskeleton ทำหน้าที่ 3 อย่างคือ ช่วยพยุงร่างกาย ป้องกันอันตรายให้แก่อวัยวะภายใน และช่วยในการเคลื่อนไหว กระดูกมีทั้งหมด 206 ชิ้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามตำแหน่งที่อยู่คือ
1. กระดูกแกน(Axial skeleton) อยู่บริเวณกลางลำตัวทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้แก่อวัยวะภายในและช่วยพยุงร่างกาย ได้แก่ กะโหลกขากรรไกร สันหลัง ซี่โครง
2. กระดูกรยางค์ (Appendicular skeleton)เป็นกระดูกที่ยื่นออกมาและตั้งฉากกับ axial skeleton ใช้ในการเคลื่อนไหว บริเวณที่กระดูกเชื่อมกันเรียกว่าข้อต่อ (Joint) ซึ่งมีเอ็นยึดไว้ เส้นเอ็นที่ยึดกระดูก มี 2 ชนิดคือ ligament ยึดกระดูกกับกระดูกและ tendon ยึดระหว่างกระดูกกับกล้ามเนื้อยึดกระดูกหลักการทำงานของกระดูกรยางค์คล้ายกับการทำงานนของคาน โดยมีข้อต่อเป็นจุดหมุนอยู่ระหว่างน้ำหนักกับแรงที่กระทำ กระดูกรยางค์ที่สำคัญได้แก่ สะบ้า-ไหปลาร้ากระดูกแขนขา - เชิงกราน ก้นกบ กระดูกข้อมือ ข้อเท้า ฝ่ามือฝ่าเท้า
48. กล้ามเนื้อ (muscle) มี 3 ชนิด
กล้ามเนื้อเรียบ (Smooth muscle)ลักษณะแบนยาว หัวท้ายแหลม 1 เซลล์มี 1 นิวเคลียส ควบคุมโดย Autonomic nervous system จัดเป็น involuntary muscle พบในอวัยวะภายใน
กล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiac muscle)เป็นกล้ามเนื้อของหัวใจโดยเฉพาะ มีลายพาดขวาง 1 เซลล์มีหลายนิวเคลียส ควบคุมโดย ANS
กล้ามเนื้อลาย (Skeleton muscle หรือ Striated muscle)เป็นกล้ามเนื้อที่ยึดเกาะกับกระดูกลักษณะเป็นมัดยาว ๆ มีลาย 1 เซลล์มีหลาย นิวเคลียส ถูกควบคุมโดย Central nervous system จัดเป็น voluntary muscle เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวโดยตรง
การทำงานของกล้ามเนื้อลาย
มัดกล้ามเนื้อประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยดังนี้
1 Myosin
6 Actin Myofilament ฎ Myofibrils ฎ Muscle fiber ฎ Muscle
เส้นใยเล็ก เส้นใยฝอย เส้นใยกล้ามเนื้อ มัดกล้ามเนื้อ

49. การทำงานของมัดกล้ามเนื้อเกิดจากการเลื่อนผ่านของ actin ที่อยู่รอบ myosin เคลื่อนที่เข้าหากัน เป็นผลให้กล้ามเนื้อหดตัว และเมื่อ sotin เลื่อนออกจากกันเป็นผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของมัดกล้ามเนื้อแบบ antogonism เรียกชุดที่กล้ามเนื้อหดแล้วทำให้เกิดการงอเข้าว่า Flexor เช่นกล้ามเนื้อ Biceps และชุดที่ทำให้เกิดการเหยียดอกว่า Extensor เช่นกล้ามเนื้อ Triceps

โครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่นๆ

สัตว์บกมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักตัว เพราะไม่มีน้ำร่วมพยุงตัวจึงมีกระดูกสันหลังและกระดูกรยางค์ที่ แข็งแรงยกตัวให้อยู่เหนือพื้นดิน เช่นซีตาร์มีกระดูกสันหลังที่โก่งงอได้ และมีขา 4 ขาที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรง

สัตว์ที่บินได้มีน้ำหนักตัวเบา โดยการมีกระดูกกลวง มีถุงลม มีปีกที่มีโครงสร้างแบบ air foil มีขนแบบ feather ซึ่งเบาและอุ้มลม ขณะบินใช้กล้ามเนื้อ 2 ชุด ทำงานประสานกันแบ antagonism ดังนี้
ลักษณะการทำงาน กล้ามเนื้อยกปีก กล้ามเนื้อกดปีก ผลการทำงาน
หด คลาย ปีกยกขึ้น
คลาย หด ปีกขยับลง

สัตว์น้ำ (ปลา)มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตอยู่ในน้ำ โดยการลำตัวเรียว-แบนมีเมือกลื่น เพื่อลดแรงเสียดทาน มีครีบเดี่ยว (หลัง,หาง,ทวาร) ใช้บังคับทิศทางไปข้างหน้า ครีบหลัง (อก,สะโพก) ใช้พยุง ลำตัวเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง มีถุงลม (Air bladder) ช่วยในการลอยตัว มีกล้ามเนื้อยึด 2 ข้างของกระดูกสันหลังเป็นแถบทำงานแบบ antagonism จึงทำให้มีการเคลื่อนที่แบบตัว S

แมวน้ำ ปลาวาฬปลาโลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ ใช้ Flipper ตวัดขึ้นลงและช่วยพัดน้ำ

กบมีพังผืด (Web) ระหว่างนิ้วเท้าช่วยพัดโบกน้ำ
52. การเคลื่อนไหวของพืช
ก.การเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโตของพืช (Growth movement)

เกิดจากการแบ่งเซลล์การขยายขนาดของเซลล์ และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ขณะเจริญเติบโตซึ่งเกิดจากผลของฮอร์โมนหลายชนิด ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ กัน ได้แก่ Auxin(IAA), Giberellin, Cytokinin เป็นต้น
ส่วนต่าง ๆของพืชมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระตุ้นของฮอร์โมนได้ไม่เท่ากันฮอร์โมนชนิดเดียวกันสามารถยับยั้งหรือกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชได้ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของพืชเอง เช่น Auxin ในปริมาณที่มากจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของยอด ยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้างและราก ส่วน Auxin ในปริมาณที่น้อย (ที่พอเหมาะ) จะกระตุ้นการเจริญของราก Growth movement แบ่งเป็น 2 ประเภท
1. Autonomic movement เกิดจากสิ่งเร้าภายใน เช่น ฮอร์โมนต่าง ๆ ได้แก่การสั่นของปลายยอดขณะเจริญเติบโต เนื่องจากยอดทั้ง 2 ข้างเจริญไม่เท่ากันในรอบวันทำให้เกิดการโยก-หมุน การบิดของลำต้นพันหลัก (Spiral movement )
2. Stimulus movement หรือ Paratonic movementเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ แสงสว่าง น้ำ, สารเคมี, แรงดึงดูดของโลก แบ่งเป็น
2.1 Tropic movement (Tropism) เป็นการเคลื่อนไหวที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งเร้า มักเกิดที่ปลายยอดหรือปลายรากอาจเกิดได้ 2 ลักษณะคือ เข้าหาสิ่งเร้าที่ต้องการ (Positive : +) หรือหนีจากสิ่งเร้าที่ไม่ต้องการ (Negative : -) เช่น

Phototropism
Geotropism
Chemotropism
Hydrotropise
Thigmotropism การสนองตอบแสง
การสนองตอบแรงดึงดูด
การสนองตอบสารเคมี
การสนองตอบน้ำ
สนองตอบการสัมผัส โดยยอดเป็น + และรากเป็น -
โดยยอดเป็น - และรากเป็น +
เช่น Pollen tube เข้าหา glucose, แร่ธาตุกับรากในดิน
โดยยอดเป็น - และรากเป็น +
เช่น มือเกาะของตำลึงเป็น +
2.2 Nastic movement (Nasty) เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดจากการเจริญเติบโตโดยตรงทิศทางของการเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า ได้แก่ การหุบ - บานของดอกไม้ เมื่อได้รับแสงเป็น Ohotonasty หรือการบานของดอกทิวลิปเมื่ออุณหภูมิสูงเป็น Thermonasty
56. ข.การเคลื่อนไหวที่เกิดจากแรงดันเต่ง (Turgor movement)
เป็นการเคลื่อนไหวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแรงดันเต่งของเซลล์ (turgor pressure) ได้แก่
การปิดเปิดของปากใบ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเซลล์คุม
Sleep movement การนอนหุบของใบพืชตระกูลถั่วเนื่องจากไม่มีแสงและน้ำ ไม่ถูกลำเลียงผ่านกลุ่มเซลล์ Pulvinus ที่ก้านใบทำให้เซลล์เหี่ยวแฟบ ใบจึงหุบ
Contact movement เช่นการหุบของไมยราพ เมื่อถูกสัมผัส การสูญเสียน้ำของเซลล์ Pulvinus การหุบของส่วนของพืชที่กินแมลงเช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้างกาบหอยแครง
การหุบของดอกไม้บางชนิดที่มีการหุบ -บานสลับกันในแต่ละช่วงเวลาเนื่องจากการขยายขนาดของกลุ่มเซลล์ด้านนอกและด้านในไม่เท่ากัน

CM4869

จำนวนข้อความ : 38
Join date : 26/01/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ